Edelweiss SCS Annual Edition Exclusive Ornament 2023
Title:
A must-have piece
Title:The limited-edition Edelweiss ornament is formed of ten exquisitely cut crystal petals with a moonlight effect. These elegantly encircle the unique central crystal which gleams in golden shadow.
Each petal – whether the small symmetrical cuts or larger petal-shaped ones – showcases a different faceting on each side. This intricate detailing, coupled with a total of 239 facets, adds exceptional depth and luxurious appeal to the ornament.
As a finishing touch, the gold lamé ribbon emphasizes the distinguished character and exclusivity of this limited-edition piece.
Celebrating Swarovski’s Alpine heritage
Title:Depicted as our original company logo for almost a century from 1895, the rare Alpine flower became synonymous with high quality and our Tyrolian roots.
The Edelweiss symbol embodied Swarovski’s emergence as a household name and partner of major haute couture fashion houses like Chanel and Dior.
Though it was replaced by the iconic Swan logo in 1989, the Edelweiss image endures as a testament to our rich heritage.
ตำนานดอกเอเดลไวส์
Title:กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีราชินีผู้เลอโฉมที่รู้สึกอ้างว้างเดียวดายด้วยหัวใจที่แสนเย็นชาประดุจน้ำแข็ง ประทับอยู่บนเทือกเขาแอลป์ที่สูงชัน พระนางหลอกล่อคนเลี้ยงแกะจำนวนมากมายเข้าไปยังถ้ำลึก โดยใช้เสียงอันไพเราะ โดยหวังว่าจะได้รับความรักจากคนเหล่านี้ แต่พระนางก็ยังไม่พบกับรักแท้ และในที่สุดหัวใจที่เย็นชาของพระนางจึงเกิดความเบื่อหน่ายต่อกลุ่มคนเลี้ยงแกะ ดังนั้น ราชินีจึงกระทำการโหดร้ายในพริบตาด้วยการให้ทาสที่เป็นคนแคระโยนกลุ่มคนเหล่านี้ลงเหวน้ำแข็งที่อยู่เบื้องล่าง
อยู่มาวันหนึ่ง คนเลี้ยงแกะผู้กล้าหาญและมีชาติกำเนิดอันต่ำต้อยได้ขึ้นเขา แล้วเดินโซเซเข้าไปยังถ้ำของราชินีโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า พระนางหลงเสน่ห์คนเลี้ยงแกะผู้นี้ในทันที และท่าทีที่แสนเย็นชาของพระนางกลับอ่อนโยนลงจนกลายเป็นอ้อมกอดแห่งความรัก แต่เหล่าทาสคนแคระกลับไม่ยินยอม ในระหว่างที่คนเลี้ยงแกะกำลังหลับใหล ทาสคนแคระจึงจับตัวเขาโยนลงสู่หุบเขาด้านล่างอย่างที่เคยทำมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ด้วยความไม่พอใจและความริษยา
เมื่อพระนางตื่นขึ้นมา และได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ก็รู้สึกโศกเศร้าเป็นยิ่งนัก ในขณะที่พระนางคร่ำครวญที่ต้องสูญเสียคนรักไป หัวใจที่แสนเย็นชาของพระนางก็หลอมละลายจนพระนางหลั่งน้ำตาลงมาหนึ่งหยด
เมื่อหยาดน้ำตาสัมผัสกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยน้ำค้างแข็งที่ด้านล่าง น้ำตานั้นก็เปลี่ยนเป็นดอกไม้ที่แสนสง่างาม ซึ่งมีชื่อว่าดอกเอเดลไวส์ (Edelweiss) ด้วยเหตุนี้ เรื่องราวที่แสนเศร้าจึงนำมาสู่สัญลักษณ์อันเป็นอมตะซึ่งสื่อถึงความรัก ความกล้าหาญ และความงดงาม ซึ่งพบได้ในใจกลางเทือกเขาแอลป์ตลอดไป